โอโซนบำบัด
(OZONE THERAPY)


 
 
 
การบำบัดด้วย Ozone (Ozone Therapy) ถูกค้นพบโดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่อ Christian Frederick Schonbein เมื่อปี ค.ศ. 1840 โดยเริ่มแรกนั้นมีการใช้โอโซนฆ่าเชื้อและทำความสะอาดห้องผ่าตัด ตลอดจนฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่ม ต่อมาได้มีการนำมาประยุกต์ใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยดึงเลือดของผู้ป่วยออกมาประมาณ 10 cc แล้วใส่ Ozone ให้กับเลือดแล้วจึงฉีดกลับที่กล้ามเนื้อสะโพก (Auto Vaccine) ซึ่งพบว่าการรักษาได้ผลดี จึงเป็นที่มาของการบำบัดด้วยโอโซนในปัจจุบัน
 
Reference: 
 http://en.wikipedia.org/wiki/Christian_Friedrich_Schonbein 
 Rubin, Mordecai B. (2001). "The History of Ozone. The Schönbein Period, 
1839-1868". Bull. Hist. Chem. 26(1). Retrieved 2008-02-28.
 

   
หลักการรักษาด้วยโอโซนบำบัด
     
  การบำบัดด้วยโอโซนนั้นใช้ประโยชน์จากลักษณะโครงสร้างที่ไม่เสถียรของตัวโอโซน ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลของออกซิเจนจำนวน 3 อะตอม โดยเครื่องกำเนิดโอโซนจะแปลงออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลออกซิเจนจำนวน 2 อะตอม จากแหล่งกำเนิดให้กลายเป็นโอโซน เมื่อโมเลกุลของโอโซนผสมกับเลือดที่นำออกมาจากผู้รับการบำบัด (ประมาณ 200 cc) และถูกนำกลับเข้าไปในร่างกาย แล้วโมเลกุลของโอโซนจะเกิดการแตกตัวออกเป็น 2 ส่วน คือ
     
  1. O2 (ออกซิเจนบริสุทธิ์) ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์
  2. O (Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยว) ซึ่งไม่เสถียร โดยออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยวจะวิ่งไปจับกับโมเลกุลต่างๆในเนื้อเยื่อและกระแสโลหิต เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidative Reaction)
     
  ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษา ดังนี้
     
  1. มีฤทธิ์ในการกำจัดจุลชีพที่ไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งได้แก่ ไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด การบำบัดด้วยโอโซนจึงสามารถใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจุลชีพในกลุ่มดังกล่าวได้ เช่น โรคหวัด เริม งูสวัด และไวรัสตับอักเสบ
  2. ขับล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยช่วยเปลี่ยนสารพิษและของเสียให้เป็นสารที่มีความเฉื่อย และถูกขับออกทางตับและไตโดยไม่เกิดอันตราย
     
  Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยวนั้น ยังสามารถจับกับโปรตีนที่ผนังเซลล์ของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิต ดึงดูดให้เม็ดเลือดขาวมากำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
Reference: 
 http://www.cardiovascularultrasound.com/content/7/1/30#B1  
 Molecular structure of ozone. Srebot et al. Cardiovascular  Ultrasound 2009 7:30 
doi:10.1186/1476-7120-7-30
 

   
ประโยชน์ของโอโซนบำบัด
     
  กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพียงพอต่อการปกป้องร่างกาย
  เพิ่มประสิทธิภาพในการกัดกินเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว จากระดับแกมมาอินเตอเฟียรอนที่เพิ่มขึ้น 400-900%
  กระตุ้นการหลั่งอินเตอร์ลิวคินจากลิมโฟไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค
  เพิ่มความยืดหยุ่นของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดสามารถเคลื่อนตัวผ่านไปยังหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ได้เพิ่มขึ้น มีประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวาน และแผลกดทับ
  เพิ่มการผลิตพลังงานในไมโตคอนเดรีย ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย และเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายในกลุ่มนักกีฬา
  กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส คาตาเลสและกลูต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส
 

   
โอโซนบำบัดเหมาะกับใคร
     
  ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือมีภาวะติดเชื้อ
  ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ เริม งูสวัด
  ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยออกซิเจนอะตอมเดี่ยวจะไปเกาะกับผิวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งถูกกำจัดไปโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  ผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ ลมพิษ หอบหืด
  ผู้ป่วยโรคภูมิเพี้ยน SLE รูห์มาตอยด์ สะเก็ดเงิน
  ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งผู้ป่วยโรคลมปัจจุบัน (Stroke) และผู้ป่วยพาร์คินสันที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ
  ผู้ที่มีปัญหาแผลเรื้อรัง เช่น แผลเบาหวาน แผลกดทับในผู้ป่วยที่ต้องนอนนิ่งๆ เป็นเวลานาน
 

   
อุปกรณ์ในการทำโอโซนบำบัดทั้งหมด จะเป็นชุดอุปกรณ์เฉพาะบุคคลและใช้งานเพียงครั้งเดียว โดยไม่มีการนำกลับมาใช้ซ้ำ และดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่ากระบวนการรักษามีความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน
 
 
  กลับไปข้างบน...

บริษัท วิลล่า เมดิก้า (ประเทศไทย) จำกัด
2/55-57 อาคารแบงคอค เมดิเพล็กซ์, ชั้น 3, ซอยสุขุมวิท 42, แขวงพระโขนง, เขตคลองเตย, กรุงเทพมหานคร 10110 (ประเทศไทย)
โทร: +66 (0) 2712-0333 / แฟกซ์: +66 (0) 2713-6490 / อีเมล์: info@villamedicathailand.com
© Villa Medica (Thailand) 2011