บำบัดอาการวัยทองและฮอร์โมน
(MENOPAUSAL AND HORMONE THERAPY)


STAY YOUNGER LONGER with NATURAL HORMONE
 
 
ฮอร์โมนคือสารเคมีชนิดหนึ่งในร่างกาย สร้างมาจากต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่สื่อประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น อาจเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเนื่องมาจากต่อมไร้ท่อจะทำงานลดลง และผลิตฮอร์โมนได้ไม่เพียงพอ จึงทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานผิดปกติไป
   
วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่หรือ Anti-aging Medicine จึงพยายามชะลอวัยโดยการรักษาระดับฮอร์โมนให้เท่ากับคนอายุ 20-30 ปี ซึ่งอาจเป็นไปได้จริงในอนาคต ฮอร์โมนที่สำคัญ เช่น
     
  ฮอร์โมนเพศหญิง (ESTROGEN) ฮอร์โมนสำคัญของเพศหญิง ทำให้เกิดความอ่อนหวาน ผิวพรรณเนียนนุ่ม มีเต้านม เตรียมพร้อมเป็นแม่ และช่วยสมองในเรื่องความจำเสื่อม เต้านมจะช่วยผลิตน้ำนม และกระตุ้นให้เกิดความเจริญเติบโตเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ควบคุมการสร้างคอเลสเตอรอล เป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดเมือกไขมันอุดตันในเส้นเลือด กระตุ้นให้เกิดประจำเดือน ทำให้มีการฝังตัวของตัวอ่อน สร้างน้ำเมือกในช่องคลอด ช่วยลดภาวะกระดูกพรุน ถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่มีเอสโตรเจน จะเกิดอาการตรงข้ามกับข้อมูลข้างต้นทั้งหมด
     
  ฮอร์โมนเพศชาย (TESTOSTERONE) เป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย ซึ่งจะกำหนดความรู้สึกและอารมณ์ของความเป็นชาย มีหน้าที่สำคัญคือกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย ซึ่งรวมไปถึงเรื่องความต้องการทางเพศ, การสร้างเชื้ออสุจิ, ปริมาณของขนเพชรและขนตามร่างกาย กล้ามเนื้อและกระดูก โดยสมองจะควบคุมการสร้างเทสโทสเตอร์โรนซึ่งผลิตจากลูกอัณฑะ ภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำ หรือภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ เป็นสาเหตุของอาการต่างๆ ดังนี้
ความต้องการทางเพศลดลง
ภาวะแข็งตัวได้ไม่สมบูรณ์ของอวัยวะเพศชาย
ปริมาณของตัวอสุจิมีจำนวนน้อย
หน้าอกโตขึ้น
ขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง อารมณ์เปลี่ยนแปลง และมีลูกอัณฑะที่เล็กลงด้วย
   

ความบกพร่องทางการแข็งตัวขององคชาติ (Erectile Dysfunction : ED) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับฮอร์โมนที่ลดลง

    ฮอร์โมน Testosterone นี้ ผู้หญิงก็มีเช่นเดียวกัน โดยฮอร์โมนเพศชายจะทำให้ผู้หญิงมีขน ที่สำคัญคือทำให้ผู้หญิงเกิดความต้องการทางเพศ ดังนั้น ในผู้หญิงที่วัยก่อนหมดประจำเดือนที่มีความต้องการทางเพศลดลง แพทย์ก็อาจจะจัดฮอร์โมนเพศชายให้บ้าง เป็นเวลาสั้นๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานทางเพศ

 
     
  Growth Hormone ฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว หลังจากอายุ 25 ปี จะแก่ลงอย่างเดียว และเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นตัวที่ใช้ซ่อมแซมร่างกาย การนอนหลับจึงมีความสำคัญ เพราะช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตีสาม ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone เยอะขึ้น ถ้าเราไม่ได้นอนหลับในช่วงนี้ ก็อาจทำให้ Growth Hormone ต่ำ ส่งผลให้การซ่อมแซมร่างกายทำได้ไม่ดี และทำให้เกิดความเจ็บป่วยตามมา
     
  ฮอร์โมน DHEA หรือ ดีไฮโดรอีพิแอนโดรสเตอโรน (Dehydroepiandrosterone) เป็นฮอร์โมนที่สร้างมากที่สุดจากต่อมหมวกไต จัดเป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญ เนื่องจาก DHEA มีหน้าที่ควบคุมการผลิตฮอร์โมน 18 ตัวในร่างกาย และเป็นต้นตอของฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง นอกจากนี้ ยังเป็นต่อมที่ผลิตฮอร์โมนต้านความเครียดออกมา ในเวลาที่ร่างกายมีความเครียดจะไปมีผลต่อสมอง สมองจะส่งฮอร์โมนมาที่ต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตก็จะผลิตฮอร์โมนออกมาสองตัวคือ คอร์ติซอล ที่ช่วยเรื่องภูมิต้านทานของร่างกาย และฮอร์โมน DHEA จะช่วยลดระดับความดันในเลือด ลดระดับไขมันสะสม เสริมสร้างกระดูก ช่วยควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างการทำงานของสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน ลดภูมิแพ้ ทำให้แผลหายเร็ว

ร่างกายจะเริ่มสร้าง DHEA ตั้งแต่อยู่ในครรภ์และจะมีมากที่สุดเมื่ออายุประมาณ 25 ปี หลังจากนั้นจะลดลงเรื่อยๆ พบว่า เมื่ออายุ 65 ปี จะมีปริมาณเหลือเพียง 20% ของคนหนุ่มสาวอายุ 20 ปี

ฮอร์โมน DHEA เมื่ออยู่ในร่างกายจะสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิงได้ โดยใช้ทดแทนฮอร์โมนเพศที่ขาดหายไปทั้งในผู้หญิงและผู้ชายวัยทอง หรือผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการเสริมฮอร์โมน ซึ่งจะสามารถช่วยให้ฟื้นคืนความตื่นตัวทางเพศได้อีกด้วย

ฮอร์โมน DHEA สำหรับท่านสุภาพบุรุษ ถือเป็นดรรชนีบ่งชี้ถึงกำลังหรือน้ำมันที่ร่างกายเก็บไว้ในถัง หากเมื่อใด DHEA ต่ำกว่าระดับปกติ นั่นคือความเสี่ยง ของภาวะหัวใจวาย

     
  ทรอยด์ (TYROID) เป็นฮอร์โมนที่สำคัญมาก เพราะเป็นตัวควบคุม Metabolism ที่สำคัญของร่างกาย การเผาผลาญ เพราะจะเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เราทำกิจกรรมเคลื่อนไหว ควบคุมสมาธิ ถ้ามีมากจะเข้ากลุ่ม Hyper ถ้ามีน้อยเรียกว่า Hypo หรือ ขี้เกียจ เบื่อ ไม่อยากทำอะไร เพราะมีพลังงานน้อย เวลาที่เราอายุมากขึ้นเรามีแนวโน้มที่จะเป็น Hypo เนื่องจากต่อมไร้ท่อทุกอันทำงานลดลง ไทรอยด์จึงเป็นอีกตัวหนึ่งที่ลดลงไปด้วย
   

   
สาเหตุของภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
   
  การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น หรือวัยใกล้หมดประจำเดือน (วัยทอง)
  โรคเบาหวาน, ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือต่อมใต้สมอง (Pituitary) หรือความผิดปกติอื่นๆ
  อ้วนมากเกินไป
  ภาวะเครียด
  การออกกำลังกายหนักเกินไป
  ความผิดปกติของการรับประทานอาหารบางอย่าง เช่น โรคเบื่ออาหาร (Anorexia nervosa)
 
 

 
วัยทอง (Menopause)
     
  วัยทองเป็นวัยหนึ่งของชีวิต และเกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เพราะเป็นวัยที่รังไข่สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยและไม่สม่ำเสมอ ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จนอายุ 50 ปี สามารถเกิดวัยทองได้ โดยเฉลี่ยคืออายุ 51 ปี ผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่ โดยเมื่อระดับฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone ลดลงจะทำให้เกิดอาการหลายอย่าง บางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย อาการอาจจะเป็นไม่กี่เดือนก็หาย แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี อาการต่างๆ มีดังนี้

    ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น มาเร็ว มาช้า มามาก มาน้อย มานาน
ร้อนตามตัว จะเกิดความร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้ม คอ หลังจะแดง หลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืน อาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที
ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากระดับ Estrogen ลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง บางรายจะมีอาการปวดขณะร่วมเพศ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องกั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ
การคุมกำเนิด ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปี หลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย บางคนจะมีความรู้สึกทางเพศลดลง แต่บางรายมีความรู้สึกทางเพศสูงขึ้น
มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก ตื่นเร็ว อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก
มีอารมณ์ผันผวนโกรธง่าย
การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อลดลง มีไขมันเพิ่ม ผิวหนังเริ่มเหี่ยว
ปัญหาอื่น เช่นปวดศีรษะ ความจำลดลง ปวดตามตัว
     
  เมื่อเข้าสู่วัยทอง จะมีโรคหลายโรคเกิดมากในวัยนี้ ได้แก่ โรคหัวใจ, โรคกระดูกพรุน, มะเร็งเต้านม ฯลฯ วิธีง่ายๆ สำหรับผู้ที่มีอาการไม่มากนัก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมทางด้านสุขภาพให้เหมาะสมก็จะช่วยให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีแคลเซียมสูง ลดอาหารจำพวกแป้ง เลี่ยงอาหารไขมันสูง เพิ่มอาหารที่มีเส้นใย เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักตัว ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและตรวจร่างกายประจำปี ตรวจภายใน เช่น มะเร็งปากมดลูกทุกปี ตรวจเต้านมตามคำแนะนำของแพทย์
     
  ส่วนผู้หญิงที่มีอาการมาก แม้มีการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองอย่างดีก็อาจยังมีอาการอยู่ หากพบปัญหานี้ควรพิจารณาการใช้ยา หรือฮอร์โมนทดแทนภายใต้การดูแลของแพทย์
 
 
  กลับไปข้างบน...

บริษัท วิลล่า เมดิก้า (ประเทศไทย) จำกัด
2/55-57 อาคารแบงคอค เมดิเพล็กซ์, ชั้น 3, ซอยสุขุมวิท 42, แขวงพระโขนง, เขตคลองเตย, กรุงเทพมหานคร 10110 (ประเทศไทย)
โทร: +66 (0) 2712-0333 / แฟกซ์: +66 (0) 2713-6490 / อีเมล์: info@villamedicathailand.com
© Villa Medica (Thailand) 2011