โปรแกรมการตรวจสุขภาพ
(VILLA MEDICA CHECK UP)


เปลี่ยนการรักษาให้เป็นการป้องกัน
ด้วย 3 ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ
ที่วิเคราะห์ได้ลึกถึงระดับเซลล์
 
 
โปรแกรมการตรวจสุขภาพของ วิลล่า เมดิก้า (ประเทศไทย)
   
  คณะแพทย์ของ วิลล่า เมดิก้า ได้เน้นย้ำเสมอว่า “การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วย และการป้องกันไม่ให้เกิดได้นั้น เราต้องรู้ทันสภาวะร่างกายอยู่เสมอ”
     
  การตรวจสุขภาพอย่างครอบคลุมทุกระบบของร่างกาย และทราบผลอย่างรวดเร็ว คือวิธีการเดียวเท่านั้น ที่จะบอกเราได้ว่า ณ ปัจจุบันนี้ ร่างกายของเรายังคงปกติหรือไม่ เพราะเราต่างก็ทราบว่าการตรวจสุขภาพมีความสำคัญมาก ทำให้เราทราบภาวะสุขภาพของเราว่าสมบูรณ์เพียงใด มีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เพื่อจะได้แก้ไขและป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคบางโรค โดยไม่มีคำว่า “สายเกินแก้”
     
  เนื่องจากร่างกายของเราประกอบด้วยระบบต่างๆ หลายระบบ แต่ละระบบมีหลายอวัยวะ แต่ละอวัยวะประกอบไปด้วยเซลล์นับล้านเซลล์ เซลล์แต่ละเซลล์ต้องการอาหารเพื่อการดำรงชีวิต และให้พลังในการทำงานตลอดเวลาที่ร่างกายเรายังมีชีวิตอยู่ หากเซลล์ใดเซลล์หนึ่งเปลี่ยนแปลงไปและทำหน้าที่ผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบถึงร่างกายทั้งระบบ
     
  ดังนั้น โปรแกรมการตรวจวิเคราะห์ร่างกายทุกระบบอย่างละเอียดของ วิลล่า เมดิก้า ที่ประกอบไปด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินภาวะสุขภาพของท่านได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน โดยใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 20 นาที และผู้เข้ารับการตรวจสามารถรับฟังผลจากแพทย์ที่ปรึกษาได้ทันทีหลังจบขั้นตอน โดยแพทย์จะสรุปและชี้แจงรายการที่ตรวจพบ รวมทั้งแนะนำหลักการปฏิบัติตัวและวางแผนการรักษาอย่างละเอียดชัดเจน
 
 

   
รายการและขั้นตอนการตรวจในโปรแกรมตรวจสุขภาพของ วิลล่า เมดิก้า
     
  โปรแกรมตรวจสุขภาพที่ช่วยแก้ปัญหาของคนรักสุขภาพทั่วไปที่มีเวลาจำกัด ขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ปลอดภัย ไม่มีผลเสียจากรังสีใดๆ การตรวจโปรแกรมนี้จะทำให้เราทราบสภาวะร่างกายโดยรวมว่าปกติดีหรือไม่ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้
   
    1. Live Blood Analysis
     
    เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์เลือดนี้ คือ การนำเลือดมาวิเคราะห์ในขณะที่เลือดยังสดและมีชีวิตอยู่ โดยการเจาะเลือดบริเวณปลายนิ้ว แล้วนำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ชนิด Dark Field ที่มีกำลังขยายสูง แล้วส่งภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อดูลักษณะและความสมบูรณ์ของเซลล์เม็ดเลือดแดง รวมทั้งสารประกอบตกค้างในน้ำเลือด เช่น โลหะหนักตกค้าง เพราะเลือดคือสายธารลำเลียงอาหารและสารจำเป็น ไปส่งถึงเซลล์แต่ละเซลล์ของร่างกายเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นก่อนการเจ็บป่วยของร่างกาย จึงสามารถตรวจพบความผิดปกติในน้ำเลือดได้ ก่อนที่ร่างกายจะแสดงอาการออกมาภายนอก
     
    การตรวจ Live Blood Analysis มีใช้กันแพร่หลายในกลุ่มการแพทย์เชิงป้องกัน เนื่องจากสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของเลือดในทันที (Real Time) สามารถบ่งชี้สภาวะของร่างกายได้หลายระบบ ได้แก่ ระบบย่อยอาหาร การทำงานของตับ ระบบภูมิคุ้มกัน การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด ความสมดุลของฮอร์โมนเพศในร่างกาย สารอนุมูลอิสระที่อยู่ในเลือด การทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะแนวโน้มการเกิดโรคและความเสื่อมต่างๆ ของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจแข็ง โรคมะเร็ง เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูและวางแผนการรักษาในการดูแลสุขภาพที่ถูกวิธีต่อไป
 
 
    เลือดที่มีสุขภาพดี จะมีลักษณะของเม็ดเลือดแดงกลมทุกๆ เซลล์ ไม่จับตัวกันและไหลไปตามน้ำเลือดได้อย่างอิสระ น้ำเลือดต้องใสและมีเม็ดไขมันหรือสารพิษอยู่เพียงเล็กน้อย และพบเม็ดเลือดขาวที่ทำงานเป็นปกติ ลักษณะดังกล่าวเป็นเลือดคุณภาพดีที่จะไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยระบบไหลเวียนโลหิต แต่เมื่อใดที่สุขภาพเลือดที่ไม่ดีหรือมีความผิดปกติ เช่น พบรูปร่างของเม็ดเลือดไม่กลมสมบูรณ์ บิดเบี้ยว และเม็ดเลือดแดงมาซ้อนเกี่ยวติดกันแน่น สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณบอกความไม่ปกติของร่างกาย
     
    ข้อดีของการตรวจวิธีนี้ที่ต่างจากการตรวจโดยวิธีทั่วไปก็คือ ผู้รับการตรวจจะเห็นเลือดของตัวเองขณะยังมีชีวิตอยู่ไปพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ประมาณ 5 นาที ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่าการตรวจวิเคราะห์เลือดจากโรงพยาบาล และผลการวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับการตรวจในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และป้องกันหรือลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ขึ้น
 
 
  กลับไปข้างบน...

   
    2. Bio Body Scan : ตรวจสแกนร่างกายด้วยเทคโนโลยี Electro Interstitial Scan
     
    ใช้หลักการ Bio Feedback ด้วยวิธีการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอย่างต่ำมากเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งไม่มีอันตรายหรือความเจ็บปวดใดๆ เพื่อวัดค่าความต้านทานของ น้ำที่อยู่ระหว่างเซลล์ในแต่ละอวัยวะ การที่เซลล์หรืออวัยวะมีสารชีวเคมี หรือการทำงานที่ผิดปกติมากเกินไปหรือน้อยเกินไป สัญญาณไฟฟ้าตอบกลับจะแตกต่างกัน ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 3 นาที ในการสแกนทั่วร่างกาย แล้วระบบจะนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะนั้นๆ
     
    เทคโนโลยี Electro Interstitial Scan (EIS) เป็นการตรวจเพื่อช่วยคัดกรองรายละเอียดการทำงานของเซลล์ในแต่ละอวัยวะได้อย่างครบถ้วน ในเบื้องต้นผลการตรวจจะช่วยให้เราทราบว่า มีอวัยวะส่วนไหนของร่างกายอยู่ในภาวะที่ผิดปกติในขณะที่ตรวจ และบอกระดับความเสื่อมของร่างกาย แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีอาการแสดงของโรคให้เราเห็นก็ตาม จึงเป็นแนวทางการตรวจเพื่อการวางแผนป้องกันการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี และสามารถประเมินวิเคราะห์ความเสื่อมของเซลล์ หรือบ่งชี้พยาธิสภาพของอวัยวะภายในได้ทั้งหมด 37 อวัยวะ  รวมเป็น 9 ระบบการทำงานของร่างกาย คือ
     
    ระบบหัวใจและหลอดเลือด / Cardiovascular functions
ระบบต่อมไร้ท่อ / Endocrine functions
ระบบขับถ่าย และระบบสืบพันธุ์ / Urogenital and renal functions
ระบบสั่งการของประสาทและกล้ามเนื้อ / Neuromuscular functions
ระบบการหายใจ / Respiratory functions
ระบบการย่อยอาหาร / Digestive functions
ระบบประสาทและสมอง / Neurologic functions
ระบบการเผาผลาญอาหาร / General metabolic functions
ระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิแพ้ การติดเชื้อ และระบบทางเดินหายใจ / Immune functions (allergic risk, infectious risk and ENT risk)
     
    Bio Body Scan 1 ครั้ง จะสแกนร่างกายครอบคลุมได้ทุกระบบ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทีละส่วน ไม่มีผลข้างเคียง (Side Effect) ที่เกิดจากการตรวจ และไม่ต้องเสี่ยงกับผลแทรกซ้อนของการตรวจอื่นๆ (เช่น การตรวจเลือด, ตรวจหาเซลล์มะเร็ง ฯลฯ) เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพทุกท่าน สำหรับเป็นเครื่องมือช่วยประเมินทั้งเกณฑ์ของสุขภาพในปัจจุบัน และแนวโน้มความเสี่ยงในอนาคตอย่างละเอียด
     
    ข้อควรระวัง: บุคคลที่ควรระวังในการตรวจด้วยเทคโนโลยีนี้คือ หญิงตั้งครรภ์ และบุคคลที่มีโลหะ หรือมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในร่างกาย  เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ 
 
 
    ระดับผลการตรวจ จะแบ่งผลการประเมินออกเป็น 5 ระดับความเสี่ยง ในรูปกราฟแท่ง 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียว บ่งบอกแนวโน้มในการเกิดปัญหา จากระดับสูงสุดไปหาระดับเล็กน้อย เริ่มจาก Risk I ไป Risk V
     
  Risk I : แท่งสีแดง
ความเสี่ยง อันดับที่ 1 หมายถึง ในขณะนั้นตรวจพบสภาวะที่มีความเสื่อม และการทำงานที่ผิดปกติไปจากเดิมในตำแหน่งหรือระบบนั้น ซึ่งควรได้รับการดูแลอย่างเร็วที่สุด
  Risk II : แท่งสีเหลือง 
หมายถึง ในตำแหน่งหรือระบบนั้น ตรวจพบสภาวะความเสื่อม และการทำงานที่ผิดปกติ มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในระดับรองลงมา
  Risk III : แท่งสีน้ำเงิน
หมายถึง ในตำแหน่งหรือระบบนั้น ตรวจพบสภาวะที่มีความเสื่อมและการทำงานที่เบี่ยงเบนไปจากภาวะปกติ ในระดับปานกลาง หรือระดับ  3
  Risk IV : แท่งสีฟ้า
หมายถึง ในตำแหน่งหรือระบบนั้น ตรวจพบสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา ในระดับที่ 4
  Risk V : แท่งสีเขียว
หมายถึง ในตำแหน่งหรือระบบนั้น ตรวจพบสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา ในระดับที่ 5
 
 
  กลับไปข้างบน...

   
    3. Doctor Consultation : การเข้าพบและปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อฟังผลการตรวจร่างกาย
     
    เมื่อจบขั้นตอนการตรวจร่างกายด้วยเครื่องแล้ว ก็เป็นขั้นตอนสุดท้ายสำหรับโปรแกรม Villa Medica Check Up คือ การพบแพทย์ เพื่อสรุปผลการตรวจทั้งหมด ซึ่งทางคณะแพทย์ของ วิลล่า เมดิก้า ได้ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ โดยได้มีการจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับการพูดคุยปรึกษาปัญหา เพื่อหาสาเหตุของอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทุกขั้นตอนจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้แก่ท่านมากที่สุด เสมือนเป็นแพทย์ประจำตัวของท่านที่พร้อมดูแลทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป
 
 
  กลับไปข้างบน...

บริษัท วิลล่า เมดิก้า (ประเทศไทย) จำกัด
2/55-57 อาคารแบงคอค เมดิเพล็กซ์, ชั้น 3, ซอยสุขุมวิท 42, แขวงพระโขนง, เขตคลองเตย, กรุงเทพมหานคร 10110 (ประเทศไทย)
โทร: +66 (0) 2712-0333 / แฟกซ์: +66 (0) 2713-6490 / อีเมล์: info@villamedicathailand.com
© Villa Medica (Thailand) 2011